วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

ตอนที่ 3 ย้อนรำลึกปีนัง ...เดินเที่ยวรอบเมือง Love Lane

          หลังจากนั่งรถเมลล์กลับมาจากวัด Kek Lok si แล้วก็นั่งสาย 204 ไปถนน Love Lane พอขึ้นไปก็ยิ้มหวาน บอกคนขับว่าจะไป Love Lane ตรงมี 7-11  พี่แกหน้าดุหน่อยแต่คุยดีครับ พอไปถึงป้ายก็จอดรถให้เป๊ะ ขอบคุณคร้าบบบ

      แล้วเดินไล่หาบ้านเลขที่ตามใบจองของ Hostelworld ที่ปริ้นท์มา หาไม่ยากครับ เดินไล่ไปเรื่อยๆก็เกือบถึงสุดซอย  
       Red Inn Heritage Hostel ราคา 15.5 rm. มีมัดจำค่ากุญแจ 30 Rm. สำหรับประตูหน้า,ล็อคเกอร์      
      สภาพของที่พัก ใหม่ทีเดียวครับ เหมือนเพิ่งปรับปรุงไม่นาน พื้นเป็นไม้ปาร์เก้ขัดมันเงา แต่ข้อเสียคือเดินแล้วดัง โดยเฉพาะเวลาฝรั่งเดินเขาลงเดินกันเต็มฝ่าเท้าจะมีเสียงดังมาก ห้องน้ำโอเคร เตียงนอนโอเครสะอาด มีหมอนผ้าห่ม ผ้าขนหนูให้ แต่ร้อนไปนิดในเวลากลางวัน ตอนกลางคืนและตอนเช้าอากาศเย็นสบายดี




      ถือว่า Love Lane นี่ทำเลดีมากเพราะอยู่ใกล้สถานที่สำคัญต่างๆมากมาย สามารถเดินไปได้ (แต่ก็เลยเอาเมื่อยเขาทีเดียวครับ) เวลาเดินก็ตามๆ นักท่องเที่ยวไปกันครับ 55 แต่ว่าภาพวาดกำแพงและเหล็กดัดลายต่างๆจะอยู่ตามตรอก ซอกซอยครับ บางทีเดินมั่วๆ ก็ไปเจอมุมโน้น มุมนี้สวยๆครับ

        เมื่อเดินไปสุดซอย Love Lane ให้เลี้ยวขวา เดินไปจะเจอกับ Penang Museum ค่าเข้าชม 1 RM เท่านั้นเอง สวยงาม สถานที่อาจจะเล็กไปหน่อยแต่อัดด้วยข้าวของโบราณครับ




       
       ฝั่งตรงข้ามให้ข้ามถนนไปจะเจอ Fort Conwallis ครับ เป็นป้อมปราการเนื้อหาไม่มีบรรยาย  จุดสังเกตจะเห็นสนามหญ้าใหญ่ ด้านนึงจะเป็น City Hall อีกด้านจะเป็น Fort conwallis แต่ก็ทำให้เห็นความสำคัญของอดีตเมืองหลวงเก่าในแคว้นมลายูได้ มีห้องเก็บดินปืน  มีรูปปั้นด้วยครับ

         ใครหิวลองสังเกตจะมี Food court อยู่แถวนั้น  ขนาดเล็กๆอยู่ครับ แต่เอาไว้อิ่มอร่อยในราคาคนท้องถิ่นได้
        
         เพื่อนๆสามารถเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย แล้วจะสถานที่เที่ยวต่างๆได้ครับ แต่ให้ระมัดระวังรถราหน่อยเพราะที่นี่ฟุตบาธแคบ คนต้องลงไปเดินที่ถนนพร้อมๆกับรถครับ จะข้ามถนนจะเดินให้ระมัดระวังหน่อย  ภาพวาดผนังและเหล็กดัด โดยมากกระจุยตัวอยู่ในแถว Love Lane ครับ เดินเข้าซอยโน่นนี่เดี๋ยวก็เจอครับ










     ตอนนี้ที่ปีนัง เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร  สถานที่หลายแห่งมีการบูรณะเปลี่ยนแปลงไปเยอะ บางแห่งทาสีใหม่กลายเป็นของใหม่กริ๊บหมดเสน่ห์ความเก่า  ผู้คนมากมายกว่าแต่ก่อน จำได้ว่า6 ปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะขนาดนี้ รถน้อย,เดินกันสงบเงียบ ตอนนี้ร้านค้าเปิดกันมากมาย รถติด,นักท่องเที่ยวเดินกันเต็มถนนทั้งๆที่เป็นวันธรรมดา
     

      สำหรับการเดินชมเมืองแนะนำว่าให้เตรียมหมวก ร่ม และครีมกันแดดไปกระหน่ำทา เพราะการันตีว่าร้อนตับแตกมากกกกก ตอนนี้ BearIndyz ยังตัวดำไม่หายเลยครับ ขนาดทาครีมแล้ว ผิวไม่ไหม้แต่ว่าดำเกรียมทีเดียว 

       ส่วนการนั่งรถเมลล์แล้วแต่ความสะดวกเพราะว่ารู้สึกว่าถนนที่นี่มันจะค่อนข้างวิ่งอ้อม สถานที่บางแห่ง ถ้าเราเดินตัดซอยไปจะถึงเร็วกว่านั่งรถเมลล์เสียด้วยซ้ำ ยกเว้นบางแห่งที่ไกลจริงๆ  หากงงยังไงแนะนำให้ไปเริ่มต้นที่ท่ารถ Komtar ที่นั่นเป็นแหล่งรวมรถเมลล์ทุกสายและมีห้างติดกันสองห้างเลย คือ Komtar และ Prangin Mall ทันสมัยใจกลางเมือง ไปนั่งตากแอร์เย็นๆได้เลยครับ 


      Prangin Mallจะเป็นท่ารถสำหรับรถทัวร์ที่วิ่งระหว่างเมือง ใครที่ซื้อตั๋วทางออนไลน์ไว้ลองเช็คดูอีกทีว่าเราจะต้องขึ้นที่ Prangin Mall หรือ Sungai Nibang Busterminal 

     เพราะเป็นท่ารถทั้งสองแห่งครับ  จากประสบการณ์ผมตอนขากลับ ใน Voucherระบุให้ขึ้นที่ Prangin Mall ครับแต่รถก็วิ่งไปรับคนเพิ่มที่ Sungai Nibang ฺ Busterminal อยู่ดี

      รถเมลล์ที่ปีนังบางสายวิ่งมาบ่อยทุกๆ 10 นาที แต่บางสายก็รอเกือบครึ่งชั่วโมงเลยครับ ดังนั้นต้องวางแผนเที่ยวดีๆ หน่อย
     








     แต่ที่ปีนังก็ยังมีเสน่ห์มากมาย ผู้คนยังคงน่ารักยิ้มแย้มและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างดี  อาหารอร่อยนะและมีราคาถูกกว่ากัวลาลัมเปอร์นิดหน่อย เจอน้ำขวดใหญ่ราคา 1.5 rm.  น้ำตาจะไหล


    สถานที่เที่ยวมีทั่วทั้งเมือง ทั้งประวัติศาสตร์ ร้านขายของที่ระลึกเก๋ไก๋  ร้านกาแฟคนจีนโบราณ  สวนสาธารณะลมเย็นๆยังเป็นเมืองที่เที่ยวได้อย่างคุ้มค่ามีอะไรมากมายให้ได้ดูได้ชมกันครับ
    

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

ตอนที่ 2 ย้อนรำลึกปีนัง Penang Hill, Kek Lok Si temple

  หลังจากนั่งรถสาย 203 ออกจากท่ารถ Komtar แล้วก็นั่งชิวๆ ไป อ้อ ! ที่นี่รถเมลล์เหมือนกับรถแอร์บ้านเราน่ะครับ เหมือนกันม้ากกก ท่าทางบริษัทรถนี้จะกวาดเรียบทั้งมาเลย์และไทย

     แอร์เย็นๆ พอไหว รถจะขับออกมาประมาณ 20 นาทีก็จะผ่านตลาดใหญ่ ผู้คนคึกคัก จะเห็นวัด Kek Lok Si อยู่บนยอดเขา  ถ้าใครจะลงก็ให้ลงป้ายตรงตลาดได้เลยครับ  แต่ผมจะไปเริ่มต้นที่ penang hill ก่อนเลยนั่งยาวไปจนสุดสายเลยครับ ที่นี่จะเป็นต้นสายของรถเมลล์ด้วยครับ จะเป็นทางขึ้นรถกระเช้า    

     ผมเป็นกลุ่มแรกที่ขึ้นเลยครับเพราะไปถึงตอนแปดโมงเช้า  ราคารถรางขึ้น Penang  30 rm. ประมาณ300 บาท ต้องเก็บบัตรไว้แสดงตอนขาลงด้วยนะครับ ห้ามทำหาย อากาศกำลังดีมาก เย็นสบาย

     แต่ที่นี่วิวไม่สวยเท่ากับเก็นติ้งนะครับ เพราะรถรางแนวขึ้นจะเห็นบ้านผู้คนและสิ่งปลูกสร้างเป็นระยะๆตามไหล่ทางครับ ไม่ได้เป็นป่าทึบเขียวขจีเหมือนเก็นติ้ง

 และจะมีสถานีย่อยรายทางประมาณ 5-6 สถานี บางสถานีก็เห็นมีคนลง แต่ส่วนใหญ่จะวิ่งผ่านไปเลยครับ คาดว่าน่าจะเป็นสำหรับคนที่อาศัยอยู่บนเขานี้ครับ  










    พอขึ้นไปด้านบนอากาศดีมาก เย็นสบายไม่ร้อนเลย แต่ร้านค้าต่างๆยังไม่เปิด มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาไม่มากนัก ด้านบนมีมัสยิดและวัดแขกเดินเข้าไปถ่ายรูปด้านในได้ครับ ผมก็ไปไหว้ขอพรมา 


    
      ด้านบนจะมีฟู้ดคอร์ทร้านอาหารด้วย ใครหิวอะไรไม่ต้องกลัวแต่ผมไปเช้ามาก ร้านค้าต่างๆเพิ่งจัดของเตรียมของ แต่วิวดีมากเพราะตั้งหันหน้าออกไปชมวิวบนภูเขาได้ด้วย  เพื่อนมาเลเซียบอกว่าถ้าไปตอนเย็นๆจะได้อีกบรรยากาศนึง      



   
 และชั้นล่างของฟู้ดคอร์ทมีพิพิธภัณฑ์นกฮูกแต่ตอนผมไปถึงยังไม่เปิดทำการครับ เจ้าหน้าทีเพิ่งจัดเตรียมสถานที่ แล้วเน้นไปที่การเดินชมสถานที่มากกว่าครับ เดินประมาณ 1 ชั่วโมงก็ทั่วแล้วครับ ไม่มีอะไรมากนัก มีทิวธงของแต่ละรัฐในมาเลเซีย

          พอตอนขากลับก็เพียงแสดงตั๋วรถรางขึ้นมาให้แก่เจ้าหน้าที่ก็ลงได้เลยครับ รอเวลาแป๊บนึง จากนั้นเมื่อผมลงมาถึงด้านล่าง ตรงจุดที่ลงรถเมลล์มาก็เห็นรถเมลล์จอดรถรอเวลาวิ่งกลับอยู่พอดี นั่งรอประมาณ 15 นาที รถก็ออกเดินเลยถามอาเจ๊ที่นั่งรออยู่ป้ายรถเมลล์ด้วยกันว่าวัด Kek Lok si ลงป้ายไหน แกใจดีมากบอกว่าประมาณสามป้าย เดี๋ยวจะกดให้ลง แล้วเดินข้ามถนนไปทางขวานะ พอสุดทางให้เลี้ยวซ้าย   จุดจอดป้ายจะเป็นตรงข้ามตลาดใหญ่เลยครับ  อธิบายแบบละเอียดมาก ขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้นะครับ น้ำใจดีๆพบได้เสมอในระหว่างการเดินทาง

           ที่นี่มีตลาดสดขวักไขว่ มีผักของกินของใช้ขายกันเต็มเลยครับ พ่อบ้านแม่บ้านมาเดินซื้อของกันมากมาย จอแจเหมือนบ้านเราเลยครับ แต่ผมว่าที่นี่เปลี่ยนไปเยอะ เมื่อหกปีก่อนยังไม่มีตึกแถวมากขนาดนี้นะ ตอนนี้สองข้างทางมีตึกเปิดเยอะแยะขายของกันเต็มหมดครับ

       พอเดินไปสุดท้ายคุณจะเจอทางสามแยกให้ไปทางซ้ายเดินไปเรื่อยๆ จะมีช่องทางเดินเล็กๆ ก่อนถึงลานจอดรถของวัดครับ ให้เข้าไปในช่องนั้นแหละ เดินเข้าไปถึงจะเห็นป้ายทางเดินขึ้นวัด ภายในจะเป็นบันไดดิน เดินขึ้นเมื่อยพอควร สองข้างทางจะมีร้านขายของที่ระลึก ซึ่งตอนเช้ายังไม่เปิดกันครับ แต่ราคาไม่ถูกนะ

  ภาพบรรยากาศภายในวัดยังคงงดงามเหมือนเดิม ผู้คนมากมายไปกราบไหว้ขอพร บางมุมมีการก่อสร้างเพิ่มเติมทาสีใหม่ ปรับปรุงบูรณะไปตามกาลเวลาครับ  ใครที่จะขึ้นไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิมด้านบนจะต้องขึ้นลิฟท์แก้ว เสียคนละ 8 Rm. ครับ ใช้ทั้งขาขึ้นและขาลงครับ




















       ใช้เวลาเดินและถ่ายรูปไปประมาณสองชั่วโมงกว่าๆครับ  แดดเริ่มร้อนแล้วด้วยครับ ขนาดใส่หมวกไปนะเนี่ย แฮ่ก แฮ่ก  ดูเสร็จเหลือบไปดูนาฬิกา โอ้ว 11 โมงแล้วนี่นา กลับไปตลาดหาอะไรกินดีกว่า